ปรับพฤติกรรม..ลดโอกาสเสี่ยงโรคกรดไหลย้อน
1058 ผู้เข้าชม

ปรับพฤติกรรม..ลดโอกาสเสี่ยง "โรคกรดไหลย้อน"
อย่างที่ทราบกันดีว่าโอกาสเสี่ยงของการเกิด "โรคกรดไหลย้อน" มีได้ทุกเพศทุกวัย และโดยส่วนใหญ่สาเหตุของการเกิดโรคกรดไหลย้อนนั้นล้วนมาจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของเราทั้งสิ้น แต่เราจะรู้หรือสังเกตได้อย่างไรว่าอาการที่เกิดขึ้น อาจเป็นสัญญาณเตือนของการเกิดโรคกรดไหลย้อน
ลักษณะอาการบ่งบอกความเสี่ยงเกิด "โรคกรดไหลย้อน"
- มีอาการแสบร้อนบริเวณลิ้นปี่ขึ้นมาถึงหน้าอก มักเกิดหลังจากรับประทานอาหาร หรือเมื่อมีการนอนหงาย หรือโน้มตัวไปข้างหน้า จะรู้สึกเปรี้ยวหรือขมในคอและปาก
- มีอาการเรอเปรี้ยวและขย้อนอาหาร รู้สึกถึงรสเปรี้ยวจากน้ำย่อยและอาจรู้สึกขมคอจากน้ำดี
- มีอาการจุกเสียด แน่นยอดอก คลื่นไส้ ลักษณะเหมือนอาหารไม่ย่อยและมีอาการเรอ
- ในกรณีมีอาการต่อเนื่องและรุนแรงอาจทำให้เกิดอาการไอบ่อย รวมถึงอาจเกิดภาวะเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อน เช่น ไอเรื้อรัง ปอดอักเสบ มะเร็งกล่องเสียง
ผู้ที่เริ่มมีอาการดังกล่าวข้างต้นอาจยังไม่ต้องกังวลมากนัก เพียงแค่เริ่มพยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ดังนี้
- เลี่ยงการกินก่อนนอน 3-4 ชั่วโมง
- เลี่ยงอาหารรสจัด อาหารมื้อใหญ่
- เลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ น้ำอัดลม
- นอนยกศีรษะสูง 15 ซม. หรือ 30 องศา
- ออกกำลังกาย ควบคุมและลดน้ำหนัก
- งดการสูบบุหรี่ รวมถึงการเคี้ยวหมากฝรั่ง
"วันเกิร์ด" ชนิดน้ำ บรรเทาอาการแสบร้อนกลางอก อาหารไม่ย่อยเนื่องจากกรดไหลย้อน และลดกรดในกระเพาะอาหาร ด้วยการทำงานออกฤทธิ์ 2 กลไก สร้างชั้นเจลและลดกรด เป็นยาสามัญประจำบ้าน หาซื้อได้ตามร้านขายยาแผนปัจจุบัน และควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา
บทความที่เกี่ยวข้อง
กินผัก "อืด" จริงหรือ? ไขข้อสงสัย ผักเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหาร ซึ่งมีความสำคัญต่อสุขภาพร่างกาย แต่อาการท้องอืดจากกินผักอาจเกิดจากสาเหตุได้เช่นกัน
การสูบุหรี่เป็นพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพมากมาย ทั้งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง และโรคอื่นๆ อีกมากมาย หนึ่งในอาการที่พบได้บ่อยในผู้สูบบุหรี่คืออาการท้องอืด


